สวัสดีครับทุกท่านผม นายวริศอินญ์เดช  แสนแก้วเจริญ เรียกง่ายๆ ว่า แวร์ละกัน นะครับ ก่อนจะรู้จักตัวผมในรายละเอียดที่ลึกขึ้นกว่านี้  ผมขออธิบายกันก่อนว่าทำไม? ผมจะต้องให้ทุกท่านรู้จักกับตัวผมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็สามารถเขียนเนื้อหาใน  Blog นี้ได้เลยก็ได้นี่นา เหมือนอย่างที่ Blog อื่นๆ เขาทำกัน แต่ผมมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้ที่อ่านและนำความรู้ในเนื้อหาที่ผมเขียนไปใช้ประโยชน์ หรือนำไปใช้

และเป็นการปัดความรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

                ผมว่าหากใครสักคนที่ต้องการเขียน Blog ที่ให้ความรู้หรือ ให้ข่าว หรือจะเป็นเนื้อหาอะไรก็ตามแต่ที่มีผลกระทบต่อคนอื่นทั้งในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม ผมมองว่า ท่านทั้งหลายที่เขียนเนื้อหานั้นๆ ควรมีการแสดงตัวตนเปิดเผยตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อเป็นการรับผิดชอบเมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาศไปพบ Blog อยู่หลาย Blog อยู่เหมือนกัน ที่มีการจัดทำขึ้นมาเพื่อโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น และผมเองก็ได้อ่านทุกบรรทัด และทุกข้อความที่ตอบ และก็ได้ติดตามอยู่เกือบทุกวัน เมื่อผมอ่านแล้วผมถึงกับตกใจ เมื่อเนื้อหาที่ผมได้อ่านนั้นดูมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมากสำหรับ คนที่ยังไม่รู้จัก หรือได้สัมผัส(ผู้ที่ถูกกระทำ) บทความนี้แสดงเนื้อหาที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือ และจัดทำให้ดูมีเหตุมีผล ซึ่งผมยอมรับว่า มีเหตุผลจริงๆครับๆ แต่เหตุผลแท้ หรือเหตุผลเทียม อันนี้พวกท่านๆทั้งหลายต้องลองดูกันอะครับ บทความจาก Blog นี้เมื่อผมได้เข้าไปติดตามผล ผมได้ดูบทความที่ตอบ ในบทความนี้ซึ่งผู้ตอบก็คือผู้ที่ถูกกระทำนั้นเอง ก็ตอบได้อย่างมีเหตุมีผลอยู่เหมือนกันนะครับอีกทั้งยังมีหลักฐานมาโต้แย้งข้อกล่าวหาได้และยืนยังได้จริงซึ่งผมเองก็ได้ลองเข้าไปพิสูจน์และ ตามที่ผมได้อ่านตามบทความนั้นๆ(ผู้ที่ถูกกระทำ) แต่พอผมกลับมาอ่านอีกวันกลับมีการลบบทความที่ตอบอย่างมีเหตุมีผลออก ผมมองว่าเป็นการไม่ยุติธรรมและเอาเปรียบเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่บริโภคเนื้อหานั้นๆ ที่ถูกปิดกั้นข้อมูลที่ถูกต้อง

เมื่อผมเห็นปรากฎการนี้ ผมรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก นั้นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งในการที่ผมต้องออกมาแสดงตัวให้พวกท่านได้รู้จักก่อนที่จะอ่านบทความที่ผมได้  เขียน(จะได้รู้ไปเลยว่าผมเป็นใครมาจากไหน จะได้ตามตัวเอาเรื่องได้ถูก)

ปัจจุบัน Blog มีอิทธิพลและมีผมกระทบต่อแวดวงต่างๆอย่างมาก ไม่ว่า เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ข่าวสาร อุตสาหกรรมต่างๆ ฯลฯ ซึ่งบทความต่างๆที่เกิดขึ้นจาก Blog ที่เราๆท่านๆได้เขียนได้แชร์ได้แบ่งปันให้คนอื่นๆได้เข้ามาอ่านได้เข้ามาแชร์ร่วมกัน คอมเม้น ร่วมกันแสดงความคิดเห็นนั้น ล้วนมีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแนวร่วมของประชากรที่ได้เสพเนื้อหาสาระความรู้นั้นๆ ซึ่งอาจจะเกิดผลกระทบในทางที่ดี หรือในทางที่ร้าย นั้นขึ้นอยู่ที่ทัศนะคติและวิจารนญานของท่านทั้งหลาย ที่จะเลือกเสพเนื้อหาอย่างไร? เชื่อถือได้จริงมั้ย? และเลือกที่จะนำความรู้ของเนื้อหานั้นไปใช้อย่างไร?
                 อีกประการหนึ่งที่สำคัญเนื้อหาที่ถูกสร้างจากผู้เขียนนั้นน่าเชื่อถือจริงหรือไม่?
      -
แหล่งที่มาของเนื้อหา มีการยืนยันจริงตรวจสอบได้หรือไม่?
      -
หลักฐานการยืนยัน มีการแสดงหลักฐานยืนยัน ตรวจสอบได้จริงหรือไม่?
      -
สมเหตุสมผลกับความเป็นจริงหรือไม่?
      -
ความรู้และประสบการณืที่ผู้เขียน Blog เขียนในเนื้อหานั้นๆ มีความรู้ที่เพียงพอหรือไม่?
                แหล่งที่มาของเนื้อหาสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ เพราะเมื่อไวๆนี้ ผมเห็น Blog อยู่หลายๆ Blog ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกล่าวโจนตี หาแนวร่วม และคอยปัดแข้งปัดขาให้เดินไม่สะดวก ที่โจนตี รัฐบาล ,บริษัท หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าเนื้อหาในบทความนั้นๆเป็นความจริงนั้นก็ดีไป มีที่มาที่ไปมีหลักฐานยืนยันแน่ชัดไม่ได้จัดทำขึ้นมาเองสร้างความสับสนให้กับผู้อื่น ผมก็ขอชื่นชมและขอให้ท่านทำต่อไป แต่ถ้าเนื้อหาเหล่านั้นสร้างขึ้นมาจากความไม่พอใจส่วนตัว หรือสร้างขึ้นมาเพื่อโจนตีหรือปิดกั้นการเติบโตของผู้อื่นอันนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย และขอให้ท่านหยุดทำ (อยากให้ท่านคิดถึงประโยชน์ ของส่วนรวมที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจากสิ่งที่ท่านได้ทำ)
หลายๆครั้งที่ผมเห็นความไม่ชอบธรรมของคนที่ไม่รู้จริงรู้ไม่มากพอ รู้ไม่กว้าง ไม่ลึก ไม่รอบด้านพอ ออกมาสร้างอิทธิพลทางความคิดต่อสังคม โดยอาศัยช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความเสียหาย ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยทางอ้อม เพื่อสร้างที่ยืนให้กับตัวเอง แต่ที่น่าสังเกตุก็ คือ Blog ต่างๆที่โจนตีผู้อื่นนั้น กลับไม่ได้บอกถึงตัวตนของคนที่สามารถยืนยันได้ หรือหลักฐานที่แสดงได้
               ผมขอยกตัวอย่าง Blog ของ Dr. ITBiz ที่กล่าวโจนตีธุรกิจของ TVI EXPRESS หลายๆข้อมูลของ Dr.ITBiz ดูค่อนข้างน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก แต่ต้องยอมรับนะครับว่าบทความต่างๆ เล่นเอาผมเป๋
ไปเหมือนกัน (ใช่ครับผมเองก็เป็นนักธุรกิจ TVI EXPRESS แต่เดี๋ยวในบทความต่อไปผมจะมาอธิบายถึงธุรกิจนี้ให้ท่านทราบอย่างละเอียดครับ) ผมอยากให้ทุกท่านได้ลองเข้าไปศึกษากรณีตัวอย่างนี้ครับ เพราะนี่จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น และซับซ้อนมาขึ้น ในแวดวงBlog-nomics (แต่ผมก็ว่าดีนะที่มีตัวอย่างกรณีแบบนี้ จะได้ทำให้เราฉลาดขึ้นรู้จักการตรวจสอบด้วยตัวเอง การหาแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องจริง)
               จากกรณีตัวอย่างของ Dr.ITBiz มีข้อสังเกตุ อยู่หลายจุดครับ
          1.)
การสร้าง Blog ของ Dr.ITBiz สร้างขึ้นมาเพื่อโจมตี ธุรกิจ TVI EXPRESS โดยเฉพาะ แต่ก็อาจจะหวังดีจริงนะครับ ยังไงก็ขอขอบคุณในความหวังดีของ Dr.ITbiz ด้วยนะครับ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ Dr.ITBiz โจมตีพวกเราได้นั้นต้องยอมรับครับว่า การสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกต่อบริษัทยังไม่ดีพอครับ แต่ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาของบริษัทเปิดใหม่ทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Amway Google Unicity อันนี้ผมยืนยัน เพราะผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำธุรกิจ และสร้างบริษัทของตัวเอง)
          2.)
มีการจับผิด จู่โจม และไม่เข้าใจถึง โมเดลธุรกิจของบริษัทอย่างลึกซึ้ง (อาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับธุรกิจประเภทนี้) และมีการตรวจสอบที่ผิด ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาอธิบายใน บทต่อๆไป เกี่ยวกับความจริงเกี่ยวกับ MLM
          3.)
มีความรู้ไม่เพียงพอ ยังแยกไม่ออกว่า แชร์ลูกโซ๋ กับ ขายตรงMLM แตกต่างกันยังไง
          4.)
ในเรื่องของการทำธุรกิจ ผมมองว่ายังไม่มีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ
          5.)
รูปแบบการทำงานที่ Dr.ITBiz โจมตีว่า มีการทำสแปรมเมลล์นั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานของแต่ละทีม ของแต่ละคนครับ โดยหลักๆ จะทำงานนรูปแบบ E-marketing ครับ ซึ่งบางหน่อยงานของ TVI อาจะยังทำงานยังไม่เป็นพึ่งเริ่มพึ่งหัดอาจจะมีข้อผิดพลาดกันบ้างก็ขออภัย Dr.ITBiz ด้วยนะครับที่ทำให้คุณเข้าใจผิด
          6.)
ฯลฯ
               จากกรณีตัวอย่างข้างต้นผมยอมรับว่าส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจครับ ลองคิดดูนะครับ ถ้าบริษัทนี้ให้ผลตอบแทนเช่นนี้จริง ลองคิดดูนะครับเงินที่จะเข้ามาในประเทศไทยจะมากขึ้นแค่ไหนครับ  ยังไงก็ตามสิ่งที่ Dr.ITBiz ทำเป็นสิ่งที่ดีครับในแง่ของเจตนา แต่ในรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นผมเองก็ไม่ทราบว่ามากหรือน้อย แต่ยังไงเราก็จะเจอปัญหานี้อยู่เรื่อยๆแหละครับ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศยังมีอีกหลายกรณีศึกษาครับ ไม่เพียงแต่ใน ตัวอย่างนี้เท่านั้นที่ผมได้ไปเห็น แต่เดี๋ยวผมจะมาเขียนเล่าให้ท่านฟังกันอีกในบทต่อๆไป

               เอาละครับเราถกเรื่องของผลกระทบและเหตุผลในการเขียน Blog ของผมกันไปคร่าวๆแล้วนะครับ (ในเรื่องของอิทธิพลของ Blog เดี๋ยวผมจะมาเขียนในบทต่อๆไปครับ)            ลองมาดูตัวอย่างกรณีนี้กันดูนะครับ

               

เนื้อหาใดๆก็ตามต่อไปนี้ผมขอสัญญาว่าผมจะเขียนจากประสบการณ์จริงและจะขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากผลกระทบที่ผลเขียนเองแต่เพียงผู้เดียว  

               

                ตัวผมเองเนี่ยเดิมทีผมชื่อ วรภล  ช่วยปลัด ครับ ก่อนเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเป็น วริศอินญ์เดช  แสนแก้วเจริญ(ชื่อนี้ผมตั้งเองครับ) เดิมชื่อเล่นในครอบครัว เรียก ปานแต่ชื่อนี้กลับถูกเรียกแค่คนในครอบครัวเพียงเท่านั้น  (ส่วนชื่ออื่นละคนอื่นเรียกอะไร )  พอออกนอกบ้านครับคนอื่นเรียก แวร์ หมด ส่วนสาเหตุเหรอครับ ผมขอย้อยกลับไปเมื่อผมอยู่ ป.3 ผมมีกลุ่มเพื่อนอยู่กลุ่มหนึ่งเราเป็นกลุ่มเด็กติงต้องอะครับเป็นกลุ่มเด็กบ้าๆบอๆ

ที่หาวิธีการเล่นแปลกๆอยู่ เกือบทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งเราเกิคุยกันในเรื่องของรายการเจ้าขุนทองอะครับ (ใครไม่รู้จักรายการเจ้าขุนทองลองหาใน Google ดูนะครับ

                โดยเราคุยกันไปคุยกันถึงเรื่องเจ้าขุนทองผมเองก็จำไม่ได้ว่าเราคุยอะไรกันบ้าง แต่อยู่ๆก้มีเพื่อนผมอะครับชื่อไอ้ พากเพียร (แต่ตอนนั้นมันก็ไม่ได้พากเพียรเสียเท่าไหร่หรอก เรามักเรียกมันว่า ไอ้กั้ง ครับเพราะตัวมันผอมแห้ง) อยู่ๆมันก็มีความคิดว่าทำไมพวกเราไม่ลองเล่นกันเป็นตัวละครในเจ้าขุนทองละ แล้วมันก็ไม่รอช้ามันก็ตั้งชื่อให้แต่ละคนทันที  ผมเองก็จำไม่ได้หรอกครับว่า ใครได้เป็นอะไรบ้าง แต่ที่รู้ก็คือว่า ผมเองเนื่ย!!! ได้เป็นตัว วอแวร์ เหตุผลเพียงแค่ตัวอักษรนำหน้าชื่อของผมนั้นเป็นตัวอักษร เพียงเหตุผลแค่นั้นผมก็ได้เป็นเจ้าวอแวร์ในทันที แต่พอเลิกเล่นทุกคนก็เลิกเรียกชื่อตัวละครที่แต่ละคนเป็นหมด แต่พวกมันกลับเรียกผมว่า วอแวร์อยู่

โอแม่เจ้า!!!ทำไมพวกเพื่อนๆ(มึง)นี่ช่างสามัคคีกันเรียก สามัคคีกันจำจังวะ ตัวผมเองก็คิดว่าพอถึงพรุ่งนี้มันก็คงเลิกเรียกผมไปเองนะแหละ

พวกท่านเองก็คิดอย่างเดียวกับที่ผมคิดใช่มั้ยครับ???  ใช่ครับมันไม่เป็นอย่างที่ผมคิดครับ เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่างจากสิ่งที่ผมคาดการณ์อยู่มาก ตรงที่แทนที่จะเรียกกันเฉพาะในกลุ่มแต่กลับเรียกกันในวงกว้างมากขึ้น 555 โอ้ God (พระเจ้า) คราวนี้เรียกกันทั้ง ป.3 ทุกห้องเลย หลังจากนั้นก็เรียก วอแวร์ กันหมดครับ แต่ระยะเวลาผ่านไป พวกมันคงเห็นว่า 2 พยางค์คงยาวเกินไปนามที่เรียกกันจนชินปากก็เลยสั้นลงตามความขี้เกียจออกเสียงของพวกมัน สิ่งที่ทุกคนเรียกแทนคุณลักษณะตัวผมจึงเหลือแค่เพียงว่า แวร์ 55555(ดูดีกว่า วอแวร์เยอะ)

เอาละครับทุกท่านที่ได้อ่านก็รู้จักชื่อตัวผมแล้ว ต่อไปผมจะขอเล่าประวัติครอบครัวกันต่อนะครับ ตัวผมเองมีพี่น้องอยู่ทั้งหมด 4 คนผมเป็นคนที่ 2 ครับ มีพี่ชาย 1 คน น้องสาวอีก 2 คน เดิมครอบครัวผมทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรครับ (ทำฟาร์มไก่,นกกระทา,หมู,จระเข้) ฟาร์มของเรามีชื่อว่า ช่วยปลัดฟาร์ม อยู่จังหวัดปราจีนบุรีครับ ริเริ่มธุรกิจโดยคุณพ่อของผม นายเฉลียว ช่วยปลัดบ้างเรียก หมอเหลียว”, บ้างเรียก แดง แล้วแต่ความสนิท

ขอนอกเรื่องเข้าเรื่องพ่อผมหน่อยละกันนะครับ เดิมพ่อของผม ภูมิลำเนาอยู่จังหวัด สุราษธานี อยู่อำเภอ ท่าชนะ ครับ พ่อของผมเป็นเด็กกำพร้าครับ มีพี่น้องอยู่ 3 คน พ่อของผมเป็นคนที่ 2 ครับ เป็นผู้ชายทั้งหมด ถูกรับเลี้ยงโดยข้าราชการท้องถิ่นคนหนึ่งนั้นคือ คุณปู่ ของผมนั้นเอง พ่อของผมจบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีไหนผมจำไม่ได้ หลังจากนั้นพ่อของผมก็ได้งานตามบริษัทต่างๆ ในยุคนั้นพ่อของผมได้เงินเดือนรวมอยู่  70,000-200,000 บาท(ที่ทราบเพราะ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปรื้อเก็บทำความสะอาดของเก่าในห้องเก็บของ ก็เลยได้เห็นเอกสา บิล เช็คจ่ายเงินเก่าๆ) ในยุคนั้นถือว่า เยอะมาก เป็นที่ยกย่องของครอบครัว พ่อของผมท่านทำงานอยู่หลายบริษัท ทำเกี่ยวกับการคิดสูตรยา,สูตรอาหารสัตว์(พวกสัตว์ที่นำมารับประทานนะครับ เช่น หมู,กุ้ง,ไก่,นกกระทา ฯลฯ) หลังจากนั้นพ่อผมคงคิดละมั้งครับว่าถ้าเป็นลูกจ้างคงไม่รวย ก็เลยมาก่อต้งบริษัทเอง  หลังจากก่อตั้งบริษัทของตัวเองท่านก็ล้มลุกคลุกคลาน โดนโกงบ้าง เจ๊งบ้าง ท่านก็ยังไม่ยอมล้มเลิก จนประสบความสำเร็จอีกครั้ง ถานะทางบ้านก็ล้มลุกคลุกคลานกันมานะแหละครับ ดีบ้างร้ายบ้าง ยาก ดี มีจนคลลุกเคล้ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมนั้นได้เรียนรู้นั้นก็คือ อุปสรรค นั้นคือ โอกาศที่ฟ้าประทานมาให้ เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เราได้ เข้มแข็ง ขัดเกลา ความสามารถ อุปสรรค ความยากลำบากเหล่านี้เองที่ทำให้เราพัฒนาเรียนรู้ ทำให้เราเข้าใจ และเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น จากความยากลำบาก นั้นเองทำให้ คุณพ่อของผมมักเห็นโอกาศจากอุปสรรคต่างๆ แล้วนำมันมาแก้ไขปรับเปลี่ยนให้อุปสรรคเหล่านั้นกลายเป็นโอกาศ  ต้องยอมรับครับว่า อุปสรรคความทุกข์ยากนั้น ไม่มีใครอยากเผชิญหรอกครับ ผมเองก็ไม่ค่อยอยากเจอนักหรอกครับ แต่ไม่รู้เป็นไงครับ ครอบครัวของผมมักเผชิญกับมันอยู่บ่อยๆ แต่ก็ดีครับเราจะได้ตรวจเช็คตัวเองได้บ่อยๆ ว่าเราพลาดตรงไหน ผิดตรงไหน ที่ทำให้เรา ล้มเหลว พ่อของผมเป็นตัวอย่างที่ดีครับ ในเรื่องของการต่อสู้กับอุปสรรค พ่อของผมเคยสอนผมเสมอตอนผมยังเล็กๆ ว่า ความสำเร็จนั้นย่อมเป็นของผู้ที่ไม่ล้มเลิก นั้นเองที่ทำให้พ่อของผมนั้นไม่ล้มเลิกอะไรง่ายๆ ซึ่งต่างจากลูกคนนี้โดยสิ้นเชิง 5555

(เดี๋ยวมาต่อกันในตอนหน้านะครับ)

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 02 Nov 2009 17:54 by gurumylife

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก